|
![]() |
ความหมาย
Passive
- ตั้งรับ(ไม่ได้ปล่อยคลื่นออกไป) ตัวอย่างภาพ infrared ของมนุษย์ถ้าจะเปรียบเทียบง่ายๆ PIR จะคล้ายกับตาของ ระบบ
สัญญาณกันขโมย ที่จับเฉพาะคลื่นความร้อนเท่านั้น ส่วนประกอบหลักที่ทำหน้าที่ของ PIR detector คล้ายกับตาซึ่งมี 1. Fresnel Len ทำหน้าที่ focus
ความร้อนให้ไปตกที่ Pyrosensor
พัฒนการของ
PIR แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักคือ 1.
พัฒนการของ Len 1.1
Fresnel Len
ซึ่งสามารถกระจายหรือรวมแสงมาไว้ที่จุดเดียว จึงสามารถนำมาใช้รวมรังสี
Infrared ได้
สำหรับ
Len ของ PIR จะประกอบด้วย Fresnel Lens เล็กๆเพื่อที่จะ Focus
ความร้อนจากตำแหน่งต่างๆทั่วทั้งห้องให้มาตกที่ Pyrosensor
1.2
SHERICAL LEN ขึ้นมาดังรูปด้านล่าง ซึ่งLen
มีลักษณะที่เป็นผิวโค้งทำให้ Focal lenght
มีระยะใกล้เคียงกันความไวในการจับใกล้เคียงกันทั้งระยะไกลและใกล้
และไม่มีจุดอับ(creep zone) ใต้detector
เป็น Lens รุ่นใหม่สุดที่มีความสมบูรณ์ที่สุดในด้าน focal
lenght โดยใช้ Parabolic Mirror พิเศษที่สามารถสะท้อน infrared
ได้เข้าไปยัง Pyrosensor สามารถทำให้ผู้ผลิตตั้งมุม focus
ให้ใกล้เคียงกับขนาดมนุษย์มากที่สุดไม่ว่าใกล้หรือไกล จึงเกิด false alarm
จากกลุ่มความร้อนรบกวนน้อยที่สุด
แต่ในปัจจุบันมีเพียงไม่กี่บริษัทที่ผลิตได้ เช่น GE-SECURITY, CROW
ENGINEERING
3D Imaging Optics คือ การที่มี Len และ pyrosensor 2 ชุด (double dual
sensor)เปรียบเสมือนคนที่มี
2 ตา
จะสามารถมองภาพเป็น
3 มิติ
และประเมินขนาดวัตถุได้ดี
ซึ่ง Crow ก็ใช้ Phase
shift analysis
ทำให้จับภาพความร้อนแบบ
3 มิติ(3D Thermal Imaging)
สรุปความแตกต่างของ
Lens
2. พัฒนการของ Pytosensor 2.1 DUAL ELEMENT PYROSENSORเป็น
มาตรฐานของ
Infrared detector
ในปัจจุบันที่มีตัวรับแสงอินฟราเรด1 คู่ต่อชุด
เพื่อที่จะตรวจสอบการเคลื่อนไหวของกลุ่มความร้อนโดยที่กลุ่มความร้อนนั้นจะ
ต้องมีการเคลื่อนผ่าน
field of view ของ pyrosensor
ตัวที่ 1
และผ่านไปยังfield
of view ของ pyrosensor
ตัวที่ 2
แล้วจึงจะกระตุ้น
Infrared detector ได้ 2.2 QUAD ELEMENT PYROSENSOR คือมี pyrosensor 4 ตัว เพื่อช่วยตรวจสอบลักษณะการเคลื่อนไหวของกลุ่มความร้อนที่ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของมนุษย์ เปรียบเสมือน มี detector พวก dual element 2 ตัวอยู่ในตัวเดียว
นอกจาการใช้
sensor เป็นแบบ quad element
3.
พัฒนการของ การใช้คลื่น Microwave มาช่วยในการประมวลผล 3.1 DUAL TECHNOLOGY, TRI TECHNOLOGY จะเป็น detector ที่มีการส่งคลื่น microwave ออกมา โดยอาศัยคุณสมบัติที่ว่า ไมโครเวฟจะสามารถตรวจจับวัตถุที่เคลื่อนไหวได้ แต่ในขณะที่อินฟราเรดจับกลุ่มความร้อนซึ่งอาจจะไม่ใช้วัตถุก็ได้ ฉะนั้นถ้าใช้ทั้ง 2 อย่างผสมกัน โดยที่ทั้งระบบไมโครเวฟและอินฟราเรดจับได้พร้อมกัน ก็ต้องเป็นวัตถุที่มีความร้อนที่เคลื่อนไหวได้ ซึ่งก็ใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้น โดยใช้ Microprocessor วิเคราะห์ผล บางบริษัทจึงเรียกว่า TRI TECH คือ Microwave+infrared+microprocessor 3.2 Range Controlled Radar ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ GE เท่านั้น คือการใช้ infrared detector ผสมกับ detector ที่ปล่อย radar ออกมา แล้วสะท้อนกลับเข้าไปที่ detector ซึ่ง radar จะสะท้อนกับสิ่งที่เป็นวัตถุที่เคลื่อนไหวได้ คล้ายกับ microwave แต่มีข้อดีกว่า คือ detector สามารถรู้ระยะของวัตถุนั้นว่า ห่างจาก detector มากน้อยแค่ไหน ซึ่งมีประโยชน์ดังนี้คือ 1. สามารถ calibrate ขนาดของสัตว์ที่จับได้ ตามระยะที่อยู่ใกล้กับ detector จึงไม่เกิด false alarm จากการที่สัตว์เข้าใกล้ detector 2. สามารถกำหนดระยะที่แน่ชัดของการทำงาน เพราะ detector เช่น กำหนดว่า ให้ alarm เฉพาะในรัศมี 3 เมตรเท่านั้น ซึ่ง detector ทั่วไปจะทำอย่างนี้ไมได้เลย ทำให้ใช้ในงานโชว์สินค้าได้ โดยที่เราสามารถกั้นเชือกในเขตหวงห้าม แล้วใช้ detector จับตั้งระยะให้เท่ากับขนาดของพื้นที่ที่กั้นไว้ detector ก็จะไม่จับคนที่อยู่รอบๆที่อยู่นอกเขตหวงห้ามนั้นเลย
ศัพท์ทางเทคนิคที่น่ารู้สำหรับ Passive Iinfrared Detector ** PET IMMUNITY คือการที่ detector ไม่ตรวจจับสัตว์ที่นำ้หนักน้อยกว่ากี่กิโลกรัมซึงขึ้นกับรุ่น แต่มีข้อระวังคือ ส่วนใหญ่แล้วจะห้ามสัตว์นั้น ข้าใกล้ detector ในระยะ 1 เมตร( ซึ่งแล้วแต่ spec. ของรุ่น เพราะจะทำให้ภาพความร้อนของสัตว์นั้นใหญ่มากกว่าขนาดจริง) ** WHITE(VISIBLE) LIGHT PROTECTTION
คือ
detector รุ่นนั้นจะไม่มี fase alarm เมื่อแสงสว่างส่องเข้ามากระทบโดยตรง
วิธีการสังเกตุคือ Lens จะถูกย้อมให้เป็นสีขาวขุ่นจึง แต่ถ้า detector
รุ่นไหนที่ lens ใส ต้องระวังเรื่อง white light interference
** WIDE ANGLE LEN คือเลนส์ที่ทำให้ detector มีระยะการทำงานเป็นมุมกว้างประมาณ 90-120 องศา ซึ่งส่วนใหญ่จะให้มาเป็นมตรฐานของ PIR detector ทั่วๆไป
** CURTAIN LEN คือเลนส์ที่ทำให้ detector มีระยะการทำงานเป็นเหมือนผ้ามา่น
** RFI protection คือความสามารถในการป้องกันคลื่น RF รบกวน ** EMI protection คือ ความสามารถในการป้องกันคลื่น Electromagnetic รบกวน ** OPERATING TEMPERATURE คือช่วงอุณหภูมิที่
detector
นั้นสามารถทำงานได้
ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง
-10 ถึง 50
องศาเซลเซียส
แต่บาง detector
ก็สามารถทำได้สูงถึง
70
องศาเซลเซียส
|
|||||||||||